คู่มือการทำ

วิธีเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ WordPress ด้วย FTP (FileZilla) แบบไม่ใช้ตัวจัดการไฟล์

  • 32 ใช้เวลาอ่านไม่กี่นาที
  • ทีมงาน Hostragons
วิธีเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ WordPress ด้วย FTP (FileZilla) แบบไม่ใช้ตัวจัดการไฟล์

วิธีเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ WordPress ด้วย FTP (FileZilla) แบบไม่ใช้ตัวจัดการไฟล์ ช่วยให้คุณเข้าถึงไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ WordPress ได้โดยตรงจากคอมพิวเตอร์ของคุณอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเข้าไปในตัวจัดการไฟล์ผ่านแผงควบคุมโฮสติ้ง วิธีนี้ต้องใช้ข้อมูล FTP หรือแนะนำให้ใช้ SFTP จากบัญชีโฮสติ้งของคุณ นำข้อมูลที่ได้มาใส่ในโปรแกรม FileZilla เช่น ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และพอร์ต จากนั้นเชื่อมต่อไปยังโฟลเดอร์ติดตั้ง WordPress เพื่อจัดการธีม ปลั๊กอิน รูปภาพ และไฟล์ตั้งค่าต่างๆ วิธีนี้เหมาะมากในกรณีที่เกิดหน้าจอขาว ปลั๊กอินเสีย ธีมผิดพลาด จำกัดขนาดไฟล์อัปโหลด หรือเวลาต้องการสำรองข้อมูลด้วยตนเองอย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ผู้ใช้ WordPress ส่วนใหญ่จะใช้ตัวจัดการไฟล์ใน cPanel, Plesk หรือแผงควบคุมอื่นๆ เพื่อจัดการไฟล์ แต่บางครั้งอาจเจอปัญหา เช่น แผงควบคุมถูกจำกัดการเข้าถึง การอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ผ่านเบราว์เซอร์เกิดปัญหา หรือไม่สามารถเข้าสู่ระบบแผงควบคุม WordPress ได้เพราะปลั๊กอินติดขัด ในสถานการณ์แบบนี้ การใช้โปรแกรม FTP client ถือเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงไฟล์ในระบบได้โดยตรง FileZilla เป็นโปรแกรม FTP client ที่ฟรี ใช้งานง่าย และรองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS และ Linux เมื่อติดตั้งและตั้งค่าอย่างถูกต้อง คุณสามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ได้ภายในไม่กี่นาที ตรวจสอบสิทธิ์ไฟล์ แก้ไขในโฟลเดอร์ wp-content และทำขั้นตอนกู้คืนเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว

ในบทความนี้เราจะสอนวิธีเชื่อมต่อเว็บไซต์ WordPress ของคุณที่โฮสต์บน Hostragons หรือผู้ให้บริการอื่นๆ ด้วยโปรแกรม FileZilla โดยอธิบายข้อมูลที่ต้องใช้ ความแตกต่างระหว่าง FTP กับ SFTP วิธีแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อ และข้อควรระวังในการจัดการไฟล์อย่างปลอดภัย หากคุณยังไม่เลือกแพ็กเกจโฮสติ้งที่เหมาะสมสำหรับ WordPress แนะนำให้ดูรายละเอียดได้ที่หน้า แพ็คเกจ WordPress hosting

FTP และ FileZilla คืออะไร?

FTP ย่อมาจาก File Transfer Protocol คือโปรโตคอลพื้นฐานที่ช่วยให้คุณส่งถ่ายไฟล์ระหว่างคอมพิวเตอร์กับเซิร์ฟเวอร์ เว็บไซต์ส่วนใหญ่เก็บไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์เฉพาะบนเซิร์ฟเวอร์ WordPress จะมีไฟล์แกนหลัก ธีม ปลั๊กอิน สื่อที่อัปโหลด และไฟล์ตั้งค่าต่างๆ โปรแกรม FTP client จะช่วยให้คุณเข้าถึงโฟลเดอร์เหล่านี้ผ่านอินเทอร์เฟซกราฟิกได้ง่าย

FileZilla เป็นหนึ่งในโปรแกรม FTP client ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยแบ่งหน้าต่างแสดงไฟล์ทางซ้ายเป็นไฟล์ในเครื่อง และทางขวาเป็นไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ คุณสามารถลากวางไฟล์เพื่ออัปโหลดหรือดาวน์โหลด เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ ปรับสิทธิ์ไฟล์ และอ่านบันทึกการเชื่อมต่อเพื่อวิเคราะห์ข้อผิดพลาดได้ FileZilla รองรับทั้งการเชื่อมต่อแบบ FTP, FTPS และ SFTP จึงเหมาะสำหรับทั้งการโอนไฟล์ทั่วไปและการบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์อย่างปลอดภัย

ข้อดีของการใช้ FTP แทนตัวจัดการไฟล์ในแผงควบคุม

ตัวจัดการไฟล์ในแผงควบคุมโฮสติ้งเหมาะสำหรับงานเล็กๆ แต่ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์มืออาชีพ การใช้ FTP จะช่วยให้คุณทำงานได้ยืดหยุ่นและควบคุมได้ดีกว่า โดยเฉพาะกับโปรเจกต์ WordPress ที่มีไฟล์จำนวนมาก FTP จะช่วยประหยัดเวลาในการอัปโหลดธีม สำรองข้อมูล หรือปิดการใช้งานปลั๊กอินที่มีปัญหาได้อย่างเสถียรกว่าใช้งานผ่านเบราว์เซอร์

  • โอนไฟล์ขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น: ลดความเสี่ยงที่เบราว์เซอร์จะหมดเวลาเมื่ออัปโหลดธีม, สำรอง หรือไฟล์สื่อที่มีขนาดตั้งแต่ 100MB ขึ้นไป
  • ไม่ต้องพึ่งพาแผงควบคุม WordPress: แม้จะเข้าแผงควบคุมไม่ได้ก็เข้าถึงไฟล์ได้โดยตรง
  • จัดการหลายไฟล์พร้อมกัน: อัปโหลด, ดาวน์โหลด หรือ ลบหลายไฟล์และโฟลเดอร์พร้อมกันได้รวดเร็ว
  • ช่วยแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น: ดูบันทึกการเชื่อมต่อเพื่อวิเคราะห์สาเหตุข้อผิดพลาด เช่น 530, 421 หรือ timeout
  • สำรองข้อมูลสะดวก: ดาวน์โหลดโฟลเดอร์ wp-content หรือไฟล์เว็บไซต์ทั้งหมดมาเก็บไว้ที่เครื่องได้

เปรียบเทียบ FTP, SFTP และตัวจัดการไฟล์ในแผงควบคุม

ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละวิธีควรใช้งานเมื่อใด โดยในแง่ความปลอดภัย แนะนำให้ใช้ SFTP หรือ FTPS มากกว่า FTP แบบปกติ เพราะ FTP แบบดั้งเดิมไม่ได้เข้ารหัสข้อมูล อาจไม่ปลอดภัยเมื่อใช้ในเครือข่ายสาธารณะหรือโปรเจกต์องค์กร

เปรียบเทียบ FTP, SFTP และตัวจัดการไฟล์ในแผงควบคุม
วิธีใช้งานความปลอดภัยความง่ายในการใช้งานสถานการณ์ที่เหมาะสม
ตัวจัดการไฟล์ในแผงควบคุมขึ้นกับความปลอดภัยของแผงควบคุมง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นแก้ไขไฟล์เดี่ยวหรือทำงานเล็กๆ อย่างรวดเร็ว
FTPต่ำถึงปานกลาง อาจไม่มีการเข้ารหัสง่ายทดสอบในเครื่องหรือโอนไฟล์ง่ายๆ
FTPSสูง เข้ารหัสด้วย TLSปานกลางโอนถ่ายไฟล์ FTP ที่ต้องการความปลอดภัยในโฮสติ้ง
SFTPสูง ใช้ SSHปานกลางเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์อย่างมืออาชีพและปลอดภัย

ข้อมูลที่ต้องใช้สำหรับเชื่อมต่อ

ก่อนเชื่อมต่อ WordPress เซิร์ฟเวอร์ด้วย FileZilla คุณต้องมีข้อมูลสำคัญ 4 อย่าง ได้แก่ ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และพอร์ต ข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ในแผงควบคุมโฮสติ้งของคุณในส่วนบัญชี FTP, SSH หรือข้อมูลบัญชีทั่วไป สำหรับ Hostragons คุณสามารถสร้างบัญชี FTP หรือดูข้อมูล FTP หลักได้หลังจากเปิดบริการโฮสติ้ง หากชื่อโดเมนยังไม่ชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ สามารถใช้ IP ของเซิร์ฟเวอร์เชื่อมต่อแทนได้ หากต้องการข้อมูลโดเมนและ DNS เพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ การตรวจสอบโดเมนและการลงทะเบียนชื่อโดเมน

  • ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์: ftp.yourdomain.com, sftp.yourdomain.com, IP เซิร์ฟเวอร์ หรือ hostname ที่ผู้ให้บริการกำหนด
  • ชื่อผู้ใช้: ชื่อผู้ใช้หลักของโฮสติ้ง หรือบัญชี FTP ที่สร้างแยกต่างหาก
  • รหัสผ่าน: รหัสผ่านที่ตั้งตอนสร้างบัญชี FTP
  • พอร์ต: ปกติพอร์ต 21 สำหรับ FTP, 22 สำหรับ SFTP, และพอร์ตเฉพาะสำหรับ FTPS
  • โปรโตคอล: เลือก FTP, SFTP หรือ FTPS ในโปรแกรม FileZilla

รหัสผ่าน FTP ควรตั้งอย่างไร?

การเข้าถึง FTP หมายถึงสามารถจัดการไฟล์ทั้งหมดในเว็บไซต์ของคุณได้ หากตั้งรหัสผ่านอ่อนแอจะเสี่ยงต่อการถูกแฮ็ก แนะนำให้ตั้งรหัสผ่านอย่างน้อย 14 ตัวอักษร มีทั้งตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อโดเมน ชื่อแบรนด์ ปีเกิด หรือคำที่เดาได้ง่าย อย่าใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบัญชีอีเมล ผู้ดูแลระบบ WordPress หรือบัญชีลูกค้า หากจำกัดสิทธิ์บัญชี FTP ได้ ควรให้สิทธิ์เข้าถึงเฉพาะโฟลเดอร์ที่จำเป็นเท่านั้น

ติดตั้ง FileZilla และตั้งค่าเบื้องต้น

ดาวน์โหลด FileZilla จากเว็บไซต์ทางการและติดตั้งเวอร์ชันที่เหมาะกับระบบปฏิบัติการของคุณ ระหว่างติดตั้งให้ระวังอย่าติดตั้งซอฟต์แวร์เสริมหรือแถบเครื่องมือที่ไม่ต้องการ เมื่อเปิดโปรแกรมจะเห็นแถบเชื่อมต่อเร็วด้านบน ทางซ้ายแสดงไฟล์ในเครื่อง และทางขวาแสดงไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ สำหรับการเชื่อมต่อครั้งแรก สามารถใช้แถบเชื่อมต่อเร็วได้ แต่ถ้าต้องการใช้งานบ่อยๆ แนะนำให้สร้างโปรไฟล์ใน Site Manager เพื่อความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

สร้างโปรไฟล์ใน Site Manager

เข้าเมนู File แล้วเลือก Site Manager คลิก New Site เพื่อสร้างโปรไฟล์ใหม่สำหรับเว็บไซต์ WordPress ของคุณ เลือกโปรโตคอลเป็น SFTP หากเป็นไปได้ ใส่ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ เช่น IP หรือ ftp.yourdomain.com กรอกพอร์ต 22 สำหรับ SFTP หรือ 21 สำหรับ FTP เลือกประเภทการเข้าสู่ระบบเป็น Normal และใส่ชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่าน ตั้งชื่อโปรไฟล์ให้ชัดเจน เช่น yourdomain.com - live site เพื่อป้องกันความสับสนในอนาคต

แม้ FileZilla จะสามารถบันทึกรหัสผ่านได้ แต่ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับผู้อื่น ควรพิจารณาไม่บันทึกรหัสผ่านหรือเปิดใช้งาน master password ในการป้องกัน นอกจากนี้ควรใช้ระบบปฏิบัติการที่อัปเดต ใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส และตั้งค่าล็อกหน้าจอเมื่อไม่ใช้งานเพื่อความปลอดภัย

ขั้นตอนเชื่อมต่อ WordPress เซิร์ฟเวอร์ด้วย FileZilla แบบละเอียดยิบ

มาลองทำตามขั้นตอนพื้นฐานสำหรับเชื่อมต่อ FTP โดยไม่ใช้ตัวจัดการไฟล์ WordPress กันเลย ก่อนแก้ไขไฟล์สำคัญ ควรสำรองข้อมูลให้เรียบร้อย เพราะการสำรองไฟล์อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องสำรองฐานข้อมูล WordPress ด้วย สามารถดูข้อมูลแพ็กเกจโฮสติ้งที่เหมาะสมกับการสำรองข้อมูลได้ที่หน้า บริการการโฮสต์เว็บไซต์

1. ตรวจสอบข้อมูล FTP ของคุณ

ตรวจสอบว่าบัญชี FTP ในแผงควบคุมของคุณเปิดใช้งานอยู่ ชื่อโดเมนที่เพิ่งย้ายอาจใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการกระจาย DNS หากยังเชื่อมต่อไม่ได้ ให้ลองใช้ IP ของเซิร์ฟเวอร์แทน ชื่อผู้ใช้อาจมีนามสกุลโดเมนแนบมาด้วย และบางแผงควบคุมอาจใช้รูปแบบ user@domain.com เวลาคัดลอกข้อมูล ระวังอย่าให้มีช่องว่างนำหรือท้ายข้อความ

2. เลือกโปรโตคอลและพอร์ตใน FileZilla

ถ้าเซิร์ฟเวอร์รองรับการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ให้เลือก SFTP และใส่พอร์ต 22 หากต้องใช้ FTP พอร์ตปกติคือ 21 สำหรับ FTPS สามารถเลือกใช้ตัวเลือก "FTP over TLS" ใน FileZilla ได้ การเลือกพอร์ตผิดจะทำให้เชื่อมต่อไม่ได้หรือหมดเวลา รอรับการตอบสนองจากเซิร์ฟเวอร์ หากผู้ให้บริการใช้พอร์ตพิเศษ ให้ตรวจสอบในอีเมลยืนยันบริการหรือในแผงควบคุม

3. เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์

กดปุ่ม Connect จากนั้นดูบันทึกการทำงานด้านล่าง FileZilla อาจขออนุมัติใบรับรองหรือกุญแจ fingerprint ในการเชื่อมต่อ SFTP ให้ตรวจสอบว่ามาจากแหล่งโฮสติ้งที่เชื่อถือได้และกดยืนยัน เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ จะเห็นรายการโฟลเดอร์และไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ในฝั่งขวา หากฝั่งขวาว่างเปล่า อาจเป็นเพราะบัญชี FTP ถูกจำกัดสิทธิ์หรือใช้ชื่อผู้ใช้ผิด

4. ค้นหาโฟลเดอร์ราก WordPress

โดยทั่วไปไฟล์ WordPress จะอยู่ในโฟลเดอร์ชื่อ public_html, httpdocs, www หรือชื่อโดเมนของคุณ ตรวจสอบว่ามีโฟลเดอร์ wp-admin, wp-content, wp-includes และไฟล์ wp-config.php อยู่หรือไม่ หากมีหลายเว็บไซต์บนโฮสติ้งเดียวกัน จะมีโฟลเดอร์แยกตามโดเมน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอยู่ในโฟลเดอร์ของเว็บไซต์ที่ต้องการ เพื่อป้องกันการแก้ไขผิดโปรเจกต์

5. โอนไฟล์หรือแก้ไขไฟล์

ลากไฟล์จากฝั่งซ้าย (คอมพิวเตอร์) ไปยังโฟลเดอร์ที่ต้องการฝั่งขวาเพื่ออัปโหลด หรือลากไฟล์จากฝั่งขวาไปฝั่งซ้ายเพื่อดาวน์โหลด ก่อนเขียนทับไฟล์เดิม ควรสำรองไฟล์เดิมด้วยการคัดลอกและเปลี่ยนนามสกุล เช่น ถ้าจะแก้ไข functions.php ให้สร้างไฟล์สำรองชื่อ functions.php.bak ไว้ก่อน เพื่อให้สามารถย้อนกลับได้ง่ายหากเกิดข้อผิดพลาด

งานยอดนิยมที่ทำผ่าน FTP ใน WordPress

หลังจากเชื่อมต่อ FTP ได้แล้ว คุณสามารถจัดการไฟล์ได้หลากหลาย แต่ต้องระวังเพราะการแก้ไขไฟล์สำคัญเช่น wp-config.php, .htaccess หรือ functions.php หากพิมพ์ผิดอาจทำให้เว็บไซต์เกิดข้อผิดพลาด 500 หรือหน้าจอขาวได้

ปิดปลั๊กอินที่มีปัญหา

ถ้าหลังอัปเดตปลั๊กอินแล้วไม่สามารถเข้าสู่แผงควบคุม WordPress ได้ ให้เข้าไปที่โฟลเดอร์ wp-content/plugins เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ปลั๊กอินที่สงสัย เช่น เปลี่ยนชื่อเป็น plugin-name-disable WordPress จะปิดใช้งานปลั๊กอินนั้นโดยอัตโนมัติ หากไม่ทราบว่าเป็นปลั๊กอินใด ให้เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ plugins เป็น plugins_old เพื่อปิดปลั๊กอินทั้งหมด แล้วเปลี่ยนชื่อกลับทีละตัวเพื่อหาตัวที่มีปัญหา

แก้ไขธีมที่มีปัญหา

ถ้าธีมใหม่หรือธีมที่แก้ไขทำให้เว็บไซต์โหลดไม่ได้ ให้ไปที่โฟลเดอร์ wp-content/themes เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ธีมที่ใช้งานอยู่ WordPress จะพยายามสลับไปใช้ธีมมาตรฐานแทน วิธีนี้ช่วยเมื่อมีโค้ดผิดพลาดในไฟล์ functions.php ควรดาวน์โหลดธีมเก็บสำรองไว้ก่อนแก้ไขทุกครั้ง

ติดตั้งธีมหรือปลั๊กอินด้วยตนเอง

ถ้าอัปโหลดผ่านแผงควบคุมไม่ได้เพราะขนาดไฟล์เกินขีดจำกัด ให้นำไฟล์ ZIP แตกในเครื่องแล้วอัปโหลดโฟลเดอร์ผ่าน FTP ธีมต้องอัปโหลดไปที่ wp-content/themes ปลั๊กอินไปที่ wp-content/plugins หลีกเลี่ยงการอัปโหลดไฟล์ ZIP โดยตรงเพราะ WordPress ต้องการโครงสร้างโฟลเดอร์ที่ถูกต้อง

สำรองไฟล์สื่อ (Media)

ไฟล์สื่อของ WordPress จะเก็บในโฟลเดอร์ wp-content/uploads แบ่งตามปีและเดือน ก่อนย้ายหรือทำความสะอาดเว็บไซต์ ควรดาวน์โหลดโฟลเดอร์นี้เก็บไว้ที่เครื่องเพื่อป้องกันการสูญหาย อย่างไรก็ตามการสำรองแค่ uploads ไม่ใช่การสำรองเว็บไซต์ทั้งหมด ต้องสำรองฐานข้อมูลด้วยเพื่อเก็บข้อมูลโพสต์ หน้า และการตั้งค่า

การตั้งค่าสิทธิ์ไฟล์และความปลอดภัย

สิทธิ์ไฟล์ WordPress ที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหาความปลอดภัยและการอัปโหลดปลั๊กอินหรือธีมล้มเหลว ค่าทั่วไปคือ 755 สำหรับโฟลเดอร์ และ 644 สำหรับไฟล์ ไฟล์สำคัญเช่น wp-config.php ควรตั้งสิทธิ์เข้มงวดกว่านี้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างโฮสติ้ง หลีกเลี่ยงการตั้งสิทธิ์ 777 เพราะหมายความว่าใครก็สามารถแก้ไขไฟล์นั้นได้ซึ่งเป็นภัยคุกคามความปลอดภัย

ใบรับรอง SSL ไม่ได้เปลี่ยนสิทธิ์ไฟล์ FTP โดยตรง แต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยระหว่างเบราว์เซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ และป้องกันการเข้าถึงแผงควบคุม WordPress ผ่าน HTTPS หากคุณยังไม่มี SSL แนะนำดูที่ ใบรับรอง SSL ส่วน FTP ควรใช้โปรโตคอลที่เข้ารหัสเช่น SFTP หรือ FTPS เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ข้อผิดพลาด FileZilla ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ถ้าเชื่อมต่อไม่ได้ อย่าตื่นตระหนก ให้ดูบันทึกการทำงานด้านล่างใน FileZilla รหัสข้อผิดพลาดจะบอกสาเหตุได้ชัดเจน ปัญหาที่พบบ่อยในเซิร์ฟเวอร์ WordPress พร้อมวิธีแก้ไขสรุปไว้ดังนี้

  • 530 Login authentication failed: ชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง ลองรีเซ็ตรหัสผ่าน ตรวจสอบรูปแบบชื่อผู้ใช้ และไม่ให้มีช่องว่างเวลาคัดลอก
  • Connection timed out: อาจใส่ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ พอร์ตผิด หรือถูกไฟร์วอลล์บล็อก ลองเชื่อมต่อจากเครือข่ายอื่น ใช้พอร์ตที่ถูกต้อง และยืนยันกับฝ่ายสนับสนุนโฮสติ้งว่าเปิด FTP ให้ใช้งาน
  • Could not connect to server: DNS อาจยังไม่ชี้โดเมน ลองใช้ IP แทน
  • 421 Too many connections: เปิดการเชื่อมต่อพร้อมกันมากเกินไป ใน FileZilla ตั้งค่าจำกัดจำนวนการโอนถ่ายพร้อมกันเป็น 2-3
  • Permission denied: สิทธิ์เขียนไฟล์หรือโฟลเดอร์ไม่พอ ใช้บัญชี FTP ที่ถูกต้อง หรือขอให้ฝ่ายสนับสนุนแก้สิทธิ์
  • การโอนถ่ายไฟล์ถูกตัดกลางคัน: ปรับเป็นโหมด Passive, ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และแบ่งไฟล์ใหญ่เป็นหลายส่วนถ้าเป็นไปได้

เมื่อไหร่ควรใช้โหมด Passive?

ในเครือข่ายบ้านหรือสำนักงานที่มีเราเตอร์ NAT หรือไฟร์วอลล์ การเชื่อมต่อ FTP แบบ Active อาจติดปัญหา FileZilla ตั้งค่าเป็นโหมด Passive โดยอัตโนมัติซึ่งเหมาะกับโฮสติ้งที่ใช้ร่วมกัน ถ้าเชื่อมต่อได้แต่ไม่เห็นรายการโฟลเดอร์ ให้ลองตรวจสอบโหมด Passive ในการตั้งค่า สำหรับเครือข่ายองค์กรที่อาจบล็อกพอร์ต FTP ให้ลองเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตมือถือเพื่อเช็คว่าเป็นปัญหาเครือข่ายหรือไม่

คำแนะนำเพื่อการใช้ FTP อย่างปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ

FTP ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังถ้าใช้อย่างถูกวิธี แต่ถ้าใช้ไม่ระวังจะเสี่ยงต่อความปลอดภัย ควรจำกัดการแชร์ข้อมูลบัญชี FTP ให้จำกัดเฉพาะผู้ที่ต้องใช้จริง และเปิดบัญชี FTP แยกสำหรับแต่ละคน เมื่อโครงการเสร็จสิ้นให้ปิดบัญชีชั่วคราวหรือบัญชีที่ไม่ใช้งาน โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ทำร่วมกับเอเจนซี่ ฟรีแลนซ์ หรือผู้รับเหมา การจำกัดเวลาการเข้าถึงเป็นเรื่องสำคัญ

  • สร้างบัญชี FTP แยกสำหรับแต่ละผู้ใช้ หลีกเลี่ยงการแชร์รหัสผ่านหลักของโฮสติ้ง
  • ถ้าเป็นไปได้ ใช้ SFTP หรือ FTPS แทน FTP ธรรมดา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ FTP บนเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะที่ไม่มีการเข้ารหัส
  • สำรองไฟล์ในเครื่องก่อนแก้ไขทุกครั้ง
  • อย่าแจกจ่ายไฟล์ wp-config.php โดยไม่จำเป็น
  • ใช้ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยเวอร์ชันล่าสุดในเครื่องของคุณ
  • ลบบัญชี FTP ที่ไม่ได้ใช้งานทันที
  • ทดสอบการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ในสภาพแวดล้อมทดสอบก่อนนำไปใช้จริง

นอกจากการตั้งค่า FTP แล้ว ปัจจัยอื่นๆ เช่น ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ เวอร์ชัน PHP การปรับแต่งฐานข้อมูล การแคช และการติดตั้ง SSL ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเว็บไซต์ หากเว็บไซต์มีปริมาณผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น อาจต้องอัปเกรดทรัพยากรซึ่งสามารถดูได้ที่ โซลูชันโฮสติ้งธุรกิจ หรือสำหรับโปรเจกต์ที่ต้องการพลังสูงขึ้นที่ VPS เซิร์ฟเวอร์เสมือน

ข้อควรหลีกเลี่ยงในการใช้งาน FTP

ผู้เริ่มต้นมักจะลบไฟล์ที่ไม่เข้าใจการใช้งาน ซึ่งเสี่ยงทำให้เว็บไซต์เสียหาย โดยเฉพาะโฟลเดอร์ wp-admin และ wp-includes ซึ่งเป็นไฟล์แกนหลักของ WordPress หากลบไฟล์เหล่านี้ เว็บไซต์จะใช้งานไม่ได้ ส่วนโฟลเดอร์ wp-content มีธีม ปลั๊กอิน และไฟล์สื่อที่สำคัญมาก รวมถึงไฟล์ .htaccess ที่มีบทบาทในการจัดการลิงก์ถาวร การเปลี่ยนเส้นทาง และการตั้งค่าความปลอดภัย

  • อย่าแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไฟล์บนเว็บไซต์สดโดยไม่สำรองข้อมูลก่อน
  • อย่าใช้สิทธิ์ 777 เป็นการตั้งค่าถาวร เพราะจะเปิดช่องโหว่ความปลอดภัย
  • อย่าวางไฟล์ ZIP ไว้ในโฟลเดอร์ผิดที่จนเปลืองพื้นที่เก็บข้อมูล
  • อย่าแชร์ข้อมูลใน wp-config.php ด้วยภาพหน้าจอหรือวิธีไม่ปลอดภัย
  • อย่าลบไฟล์ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นไวรัสทันที ให้ตรวจสอบวันเวลาการแก้ไข ตำแหน่ง และเนื้อหาไฟล์ก่อน
  • อย่าเก็บธีมและปลั๊กอินรุ่นเก่าไว้ใน public_html นานเกินไปโดยไม่ใช้

ตัวอย่างสถานการณ์แก้ปัญหาหน้าจอขาวด้วย FTP

สมมติว่าหลังจากอัปเดตปลั๊กอินในเว็บไซต์ WordPress ของคุณเกิดหน้าจอขาวทั้งหน้าเว็บไซต์และแผงควบคุม ไม่สามารถปิดปลั๊กอินผ่านแผงควบคุมได้ ให้เชื่อมต่อ FileZilla ด้วย SFTP เข้าไปที่ public_html/wp-content/plugins แล้วเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ปลั๊กอินที่เพิ่งอัปเดต หลังจากนั้นรีเฟรชหน้าเว็บ ถ้าเว็บไซต์กลับมาใช้งานได้ แสดงว่าปลั๊กอินนั้นคือสาเหตุ คุณสามารถตรวจสอบเวอร์ชันปลั๊กอิน ความเข้ากันได้กับ PHP และบันทึกข้อผิดพลาดเพิ่มเติมได้

ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่เกิน 3-5 นาที และไม่ต้องแก้ไขฐานข้อมูล หากปัญหาเกิดจากธีม สามารถใช้วิธีเดียวกันโดยเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ธีมใน wp-content/themes ก่อนจะทำการแก้ไขใดๆ ควรสำรองไฟล์และฐานข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้มีแผนสำรองหากเกิดข้อผิดพลาด

รายการตรวจสอบก่อนแก้ไขไฟล์ด้วย FileZilla

ก่อนเชื่อมต่อและแก้ไขไฟล์ด้วย FileZilla ควรตรวจสอบรายการสั้นๆ นี้เพื่อลดความเสี่ยงของความผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อทำงานบนเว็บไซต์สด

  • เชื่อมต่อกับโดเมนและบัญชีโฮสติ้งที่ถูกต้อง
  • เลือกใช้โปรโตคอล SFTP หรือ FTPS แทน FTP หากเป็นไปได้
  • ตรวจสอบว่าอยู่ในโฟลเดอร์ public_html หรือโฟลเดอร์รากของ WordPress ที่ถูกต้อง
  • สำรองไฟล์ที่จะเปลี่ยนแปลงไว้เรียบร้อยแล้ว
  • ตรวจสอบสิทธิ์ไฟล์และโฟลเดอร์โดยใช้หลักการ 644 สำหรับไฟล์ และ 755 สำหรับโฟลเดอร์
  • ทดสอบเว็บไซต์หลังแก้ไขในโหมดไม่ระบุตัวตนและเปิดหลายหน้า
  • ปิดบัญชี FTP ชั่วคราวที่ไม่ได้ใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย

การเชื่อมต่อ FTP โดยไม่ใช้ตัวจัดการไฟล์ WordPress ปลอดภัยไหม?

ปลอดภัยถ้าตั้งค่าอย่างถูกต้อง แนะนำให้ใช้ SFTP หรือ FTPS ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง และปิดบัญชี FTP ที่ไม่ได้ใช้ หลีกเลี่ยงการใช้ FTP ที่ไม่มีการเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะ

ไฟล์ WordPress อยู่ที่โฟลเดอร์ไหนใน FileZilla?

ส่วนใหญ่จะอยู่ในโฟลเดอร์ public_html บางแผงควบคุมอาจใช้ชื่อ httpdocs, www หรือโฟลเดอร์เฉพาะโดเมน ตรวจสอบให้พบโฟลเดอร์ wp-admin, wp-content, wp-includes และไฟล์ wp-config.php เพื่อยืนยันว่าอยู่ในที่ถูกต้อง

จะหาชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน FTP ได้จากที่ไหน?

ดูในแผงควบคุมโฮสติ้งในส่วนบัญชี FTP หรือข้อมูลบริการ ถ้าไม่สามารถดูรหัสผ่านได้ สามารถตั้งรหัสผ่านใหม่ได้ แนะนำสร้างบัญชี FTP แยกที่มีสิทธิ์จำกัดแทนการใช้บัญชีหลัก

ถ้า FileZilla แจ้งข้อผิดพลาด 530 ควรทำอย่างไร?

รหัส 530 หมายถึงชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง ตรวจสอบรูปแบบชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ รวมถึงการคัดลอกต้องไม่มีช่องว่าง หากจำเป็นให้รีเซ็ตรหัสผ่านจากแผงควบคุมโฮสติ้ง

FTP สำรองฐานข้อมูล WordPress ได้หรือไม่?

FTP ให้เข้าถึงไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น ไม่สามารถสำรองฐานข้อมูลได้ ต้องใช้ phpMyAdmin, เครื่องมือสำรองในแผงควบคุม หรือระบบสำรองข้อมูลที่เชื่อถือได้ร่วมกัน

สรุปและก้าวต่อไป

การเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ WordPress ด้วย FTP (FileZilla) แบบไม่ใช้ตัวจัดการไฟล์ ประกอบด้วยการเตรียมข้อมูล FTP ที่ถูกต้อง เลือกโปรโตคอลที่ปลอดภัย สร้างโปรไฟล์ใน FileZilla และจัดการไฟล์ในโฟลเดอร์ราก WordPress วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อไม่สามารถเข้าแผงควบคุมหรือจำเป็นต้องแก้ไขไฟล์อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ต้องสำรองข้อมูลก่อนทุกครั้งและใช้ SFTP เพื่อให้ปลอดภัยที่สุด

ถ้าคุณต้องการโฮสติ้งที่ปลอดภัย รวดเร็ว และจัดการง่าย Hostragons มีบริการโฮสติ้ง โดเมน และ SSL ที่เหมาะกับ WordPress ให้เลือกตามความต้องการ เพื่อให้การจัดการไฟล์และเว็บไซต์ของคุณราบรื่นยิ่งขึ้น

แชร์บทความนี้:

ทีมงาน Hostragons

คู่มือล่าสุดจากทีมผู้เชี่ยวชาญของเราเกี่ยวกับการโฮสติ้ง เซิร์ฟเวอร์ และชื่อโดเมน มาค้นหาโซลูชันที่เหมาะสมสำหรับโครงการของคุณไปด้วยกัน

ติดต่อเรา